
🔸 1. ปัญญาประดิษฐ์เชิงตัวแทน — ผู้ช่วยที่คิดและทำแทนมนุษย์ได้จริง
AI จะก้าวจากการ “ช่วยประมวลผล” สู่การ “ดำเนินการ” อย่างอิสระ เช่น ร่างสัญญา ต่อสัญญา หรือเตรียมเอกสารการเจรจาโดยอัตโนมัติ
✅ ลดเวลาจัดซื้อได้มากกว่า 60%
✅ ลดความผิดพลาดจากมนุษย์
✅ เพิ่มความเร็วและความโปร่งใสให้กับองค์กร
💡 พันธวณิชนำแนวคิดนี้มาใช้ในระบบ ระบบตรวจสอบความผิดปกติในการจัดซื้อ — แพลตฟอร์มบริหารสัญญาและการอนุมัติอัจฉริยะ ที่ช่วยองค์กรลดภาระเอกสาร และควบคุมความเสี่ยงอย่างแม่นยำ
🔸 2. AI ที่คาดการณ์ความเสี่ยงได้ล่วงหน้า (ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพยากรณ์และความเสี่ยง)
AI จะช่วย “มองเห็นก่อนเกิดปัญหา” เช่น การล่าช้าของซัพพลายเออร์ ความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือปัญหาโลจิสติกส์ ทำให้ฝ่ายจัดซื้อวางแผนรับมือได้ทันเวลา ระบบ บริการตรวจสอบและประเมินคุณสมบัติของผู้ขาย ของพันธวณิช นำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ความเสี่ยงของคู่ค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยองค์กรตัดสินใจอย่างมั่นใจมากขึ้น
🔸 3. แพลตฟอร์มจัดซื้ออัจฉริยะแบบครบวงจร (การจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ที่ผสานรวมด้วย AI)
AI จะรวมทุกขั้นตอนของการจัดซื้อเข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่ ระบบจัดซื้อจัดจ้าง, ระบบประมูลออนไลน์, ระบบขอราคาสินค้าและบริการออนไลน์ จนถึง การจัดการสัญญา พันธวณิช เชื่อมต่อทุกโซลูชันเข้าด้วยกัน ให้ระบบทำงานอย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้แบบ 100%
🔸 4. นักจัดซื้อยุคใหม่ = นักกลยุทธ์
เมื่อ AI จัดการงานประจำ ทั้งหมดแล้ว บทบาทของ “นักจัดซื้อ” จะเปลี่ยนจากผู้ประสานงาน เป็น “นักวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์”
- เน้นการวางแผนเจรจา
- พัฒนาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์
- ใช้ข้อมูลเชิงลึกในการคาดการณ์และตัดสินใจ
🔸 5. การจัดซื้ออย่างยั่งยืน (การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน)ด้วยพลัง AI
AI จะเข้ามาช่วยประเมินซัพพลายเออร์จากมิติ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้องค์กรเลือกคู่ค้าที่มีความรับผิดชอบ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง
🚀 สรุป
ในปี 2026 การจัดซื้อจะไม่ใช่เพียง “ระบบสนับสนุน” แต่จะเป็น “หัวใจของกลยุทธ์ธุรกิจ” องค์กรที่พร้อม — ทั้งในด้าน คน กระบวนการ และข้อมูล จะใช้ AI สร้างความได้เปรียบ ลดต้นทุน และขับเคลื่อนความยั่งยืนในระยะยาว
🌱 พันธวณิชj มุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มจัดซื้ออัจฉริยะ ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI กับความโปร่งใส เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคตแห่งการจัดซื้ออย่างยั่งยืน
